mahaoath's profileนตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Dhamma from Srilankabuddhism not a religion it is the truth of this world ---------------------- Thanks Sampath ขอเชิญร่วมงานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขอเชิญทุกท่านร่วมงานบวงสรวง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา
พิธีจะจัดทุกปี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปี ๒๕๕๑ นี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๑ มีนาคม มีกำหนดการดังนี้
๐๙.๑๙ น. ทำพิธีบวงสรวง
๑๐.๑๙ น. ถวายผ้าป่าสามัคคี อุทิศเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ สามเณร และแม่ชี
๑๒.๐๐ น. เชิญผู้ร่วมพิธี และศิษยานุศิษย์ วัดใหญ่ชัยมงคล ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน
พระครูพิสุทธิ์บุญสาร ( เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล ) ประธานพิธี
แม่ชีสมจิต ควรเลี้ยง ( หัวหน้าแม่ชีวัดใหญ่ชัยมงคล ) ประสานงาน โครงการตรวจสุขภาพ พระ แม่ชี คนงาน วัดใหญ่ชัยมงคลอโรคย ปรมา ลาภาฯ ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ เวียนเทียน ที่วัดใหญ่ชัยมงคล
วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนต่างพากันสร้างบุญสร้างกุศล ตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่วัดใหญ่ฯ ก็เช่นกัน มีประชาชนหลั่งไหลมาตั้งที่แต่เช้า จนค่ำ ครับ กิจกรรมบุญที่วัดใหญ่ฯ มีดังนี้ เช้า ๘.๐๐ น ทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ ๙.๐๐ น สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ ๑๖.๐๐ น เปิดสวดพระอภิธรรมศพ หลวงปู่เปลื้อง วิสฏฺโฐ (พระครูภาวนารังสี) อดีตเจ้าอาวาส ๑๙.๐๐ น สวดมนต์ ทำวัตรเย็น เวียนเทียน ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ ๒๒.๐๐ น เจริญภาวนา ที่ศาลากรรมฐาน ๒๓.๐๐ น ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ (ธรรมจักรฯ) ที่ศาลาการเปรียญ จนถึงเวลา ๒๔.๐๐ น ท่านสาธุชนที่มีความสนใจ ขอเชิญร่วมกันมาปฏิบัติธรรมได้ ครับ สำหรับงานใหญ่ ๆ ต่อไป ก็ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ จะมีพิธีบวงสรวงพระเจดีย์ชัยมงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระนเรศวรมหาราช ผู้ที่ทรงให้สร้างพระเจดีย์ชัยมงคลขึ้นเมื่อคราวทรงกระทำยุทธหัตถีชนะ พระมหาอุปราช ของพม่าครับ Gift from Buddha.Once the citta has become calm one will be able to see various strange and mysterious things that are beyond the ordinary level of perception. ------------- Thanks Sampath. I'm back. กลับมาแล้วครับ มีปัญหาสุขภาพนิดหน่อย โรคประจำตัว คือ เป็นผู้ที่เปลือกตาอักเสบง่ายมาก ๆ คุณหมอบอกว่าเหมือนกับเป็นสิว แต่ดันไปขึ้นที่เปลือกตาซะได้ คราวนี้เกิดอักเสบ บวม ตุ่ย เลยครับ เลยต้องลาการอบรม กลับมาก่อน วันนี้ไปหาหมอ ให้คุณหมอจัดการกรีด เอาหัวหนองออกให้ โรคนี้เป็นจนชินชาแล้วครับ ไม่น่าจะต่ำกว่า ๘ ปีแล้ว ที่เป็น ๆ หาย ๆ อยู่อย่างนี้ " อโรคยา ปรมา ลาภา " นึกถึงธรรมภาษิตนี้ขึ้นมาเลยครับ แปลว่า ความไม่มีโรค เป็น ลาภอันประเสริฐ คนรวยมาก ๆ แต่ป่วยต้องรักษาตัวก็อาจหมดทรัพย์ได้เพราะการรักษา คนไม่ค่อยรวยถ้าป่วยก็ไม่มีกำลังหาทรัพย์ ดังนั้น ความไม่มีโรค จึงเป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้ครับ แต่อย่างไรก็ มีธรรมภาษิตอีกบทหนึ่งแปลได้ว่า " พึงสละทรัพย์ เพื่อรักษาอวัยวะ ,พึงสละอวัยวะ เพื่อรักษาชีวิต, และ พึงสละชีวิต เพื่อรักษาธรรม " ขอทิ้งไว้เท่านี้ ให้ไปพิจารณากันต่อเองนะครับ สาธุ บุญรักษาครับ ห่าง space ซักพักนะครับต้องไปอบรมบาลีก่อนสอบ ที่วัดต้นสน จ.อ่างทอง เป็นเวลา ๑๕ วัน กลับมาเมื่อไร ค่อยเจอกันครับ
สาธุ บุญรักษาครับ อวยพรปีใหม่ ไทย-จีน อวยพรปีใหม่-ตรุษจีน ๒๕๕๑
ขอตั้งจิต อธิษฐาน ผ่านเว็บไซต์....จารึกไว้ ให้งดงาม ตามวิถี พระมหาน้อม นมการี ประพันธ์ Dhamma from Srilanka“Training the heart to attain happiness is the way that all the Buddhas proclaimed to be the right and true way. When our hearts never have time to rest and attain calm, they are not fundamentally different from those of animals. But when our hearts rest, relax and receive training, we will be able to see the harmful affects of thinking and imagining, and turbulence they cause in the heart. Then we will come to see the value of a calm heart. Once we have attained a state of mental calm, we will have reached the first stage of Dhamma, which will lead us steadily onwards. In other words, we will have a firmly established faith in the principles of Dhamma.”
__________ Thanks Sampath a Srilankan Buddist
ธรรมสถาน พุทธบวร ( แจกcd ธรรมะด้วยครับ ) วันนี้โยม ๆ ที่บ้านนัดกันทำบุญอุทิศให้โยมตา หลังจากฉันเพลแล้ว ก็ได้พาโยมพ่อ แม่ และทิดแทน (น้องชาย) ไปกราบ หลวงพ่อสุรชัย ฉนฺทสูโร ที่ธรรมสถาน พุทธบวร ต.บางนา อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา
ธรรมสถาน พุทธบวร ไม่ใช่สำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ หรือวัดครับ เป็นที่ที่โยมถวายไว้ในพระพุทธศาสนาเพื่อเป็นที่ปฏิบัติธรรม คือหมายความว่ายังไม่เป็นสำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ หรือวัด ตาม พ.ร.บ. กรณีนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียครับ ข้อดีคือไม่ต้องวุ่นวายกับการปกครองคณะสงฆ์ ข้อเสียคือไม่เป็นที่ยอมรับของผู้ปกครองคณะสงฆ์
สถานที่ปฏิบัติธรรมเช่นนี้ต้องดูที่ผู้นำครับ ถ้าผู้นำมีศีลาจารวัตรที่ดี อยู่ในธรรม อย่างหลวงพ่อสุรชัย ฉนฺทสูโร ก็ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าผู้นำเป็นพระเก๊ พระปลอม หรือพระจริงที่ไม่เป็น "พระ" ก็จะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อพระศาสนา
วันนี้หลวงพ่อท่านให้ธรรมะมาอย่างจุใจครับ เนื่องจากโยม ๆ ที่บ้านเป็นมือใหม่ในการปฏิบัติธรรม ท่านให้"ศรัทธา" มาครับ ศรัทธาความเชื่อสำคัญมากสำหรับผู้ที่ยังไม่ประจักษ์ในรสพระธรรม ต้องปลูกศรัทธาให้ได้ก่อน เพราะการปฏิบัติธรรมแรก ๆ นั้นยาก ลำบากมาก สำหรับหลาย ๆ คน ถ้าไม่เชื่อมั่นพอว่าเป็นทางที่ถูกแล้วละก็ "เลิก" ครับ แต่ถ้าประจักษ์รสพระธรรมระดับใดระดับหนึ่งแล้วละก็ฉลุยครับ
มีลูกศิษย์ของหลวงพ่อได้่บันทึกเสียงหลวงพ่อปรารภธรรมในโอกาสต่าง ๆ ไว้ หลวงพ่อท่านเมตตาให้มาครับ คิดจะเผยแผ่ต่อเป็นธรรมทาน ขอถือวิสาสะ werite แจกโดยไม่ขออนุญาต หลวงพ่อท่านคงไม่ว่าอะไรอยู่แล้วครับ
ใครต้องการธรรมะดี ๆ ไปฟังก็ขอให้ส่งจดหมายมาขอนะครับ ไม่ต้องลงชื่อที่อยู่ไว้ใน blog ขอให้ส่งเป็น E-mail แจ้ง ชื่อ-ที่ส่งเอกสาร มาที maha-oath@hotmail.com นะครับ ไม่ต้องส่งซอง หรือ สแตมป์ใด ๆ มาทั้งสิ้น เดี๋ยวจัดให้เองครับ ถ้าใครอยากร่วมบุญด้วยก็ขอให้ช่วยบอกต่อ ๆ กันนะครับ
สาธุ บุญรักษาครับ
(นี่แผ่นต้นฉบับนะครับ ที่จะส่งให้เป็นแผ่น write ธรรมดา ๆ ครับ) ปะทะ ติด ข้ออ้าง บางทีงานปกครองคณะสงฆ์ ก็ทำให้พระไกลความเป็น"พระ"มากขึ้น ต้องปะทะกับอารมณ์ต่าง ๆ มากขึ้น อันไหนรู้ทันก็ดีไป อันไหนรู้ไม่ทัน ปล่อยให้มันกัดกิน ถ้าถูกกัดถูกกินบ่อย ๆ ก็คงจะแย่
มาลองทบทวนดู พระสมัยพุทธกาล หรือพระป่า ท่านจะไม่ค่อยอยู่ที่ไหนนาน ๆ เที่ยวจาริกไปเรื่อย ๆ นี่เป็นข้อดี ไม่ติดสถานที่ บุคคล ฯลฯ บวชอยู่ที่นี่มาแค่ ๕ พรรษา ติดสถานที่ ติดบุคคล ติดนู่น ติดนี่
ข้ออ้างที่อ้างกับตัวเอง อ้างว่า ถ้าย้ายไปที่อื่นเป็นห่วงโยม ไม่รู้ห่วงโยมหรือไม่อยากย้ายเองแน่ บวชใหม่ ๆ แอบคิดว่า ได้ ๕ พรรษาเมื่อไร จะไปจาริก ไปป่า หรือที่ชอบเรียกว่า ไปธุดงค์ พอครบ ๕ พรรษา ชักยังไงยังไงอยู่
ข้ออ้างฝ่ายกิเลสนี่มันเยอะจริง ๆ เหนื่อยใจจังเหนื่อยใจจังครับ
บางคนทำมาหากินอยู่กับวัดแท้ ๆ
กินข้าววัด กินเงินวัด ไปไม่รู้เท่าไร
แว้งมากัดวัดซะได้
เฮ้อ คงต้องกรวดน้ำไปให้เยอะ ๆ
เผื่อจะตาสว่างขึ้นมาบ้าง
คนโบราณ ทรายสักเม็ดติดเท้าไป
ยังต้องขนมาคืนวัด
คนเดี๋ยวนี้ (บางคน)
จ้องจะเอาแต่ประโยชน์จากวัด
บ่นหน่อยนะครับ
ใจไม่ค่อยใสครับ ขุ่นครับ |
|
|