mahaoath's profileนตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
ห่าง space อีกแล้วพอดีมัวแต่วุ่นกับการทำ web ของวัด เลยไม่ค่อยได้เข้า space เท่าไร อย่างไรก็ช่วยเข้าไปดู web ของวัดใหญ่ และช่วยแนะนำด้วยนะครับ สาธุ บุญรักษาครับ
http://watyaichaimongkol.net หรือถ้าเข้าไม่ได้ ลอง http://watyai.igetweb.com ก่อน ตอนนี้การจด domain name และการ hosting ยังไม่ค่อยเรียบร้อยครับ
ประกาศ : website ของวัดใหญ่ชัยมงคลขณะนี้ website ของวัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา สามารถใช้ได้แล้ว ที่ url ดังนี้
ความตายเป็นเรื่องปกติ๔ นาฬิกา ๒๙ นาที ของวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๕๑ พระวัดใหญ่ชัยมงคล ลดจำนวนลงอีก ๑ รูป เนื่องจาก หลวงตา พระวิบูลย์ วิมโล อายุ ๘๐ ปี ได้ถึงแก่มรณภาพลงด้วยอาการสงบ
ย้อนอดีตคิดถึงเมื่อตัวเองยังด้อยประสบการณ์ด้านความตาย เมื่อญาติ ๆ หรือ เพื่อน ๆ ที่สนิทกันเสียชีวิต ก็มีความเศร้าเสียใจอย่างมาก แต่ว่าเมื่ออายุมากขึ้น ผ่านงานศพมากขึ้น รวมทั้งได้เรียนธรรมะของพระศาสดา หรือแม้กระทั่งได้ไปสวดพระอภิธรรมศพญาติโยม ก็ตาม ล้วนมีผล ทำให้ใจกระเพื่อมน้อยลง ความเศร้าเสียใจดูจะมีน้อยลงกว่าก่อนนัก
คงเพราะทำใจได้บ้างว่า " ความตายเป็นเรื่องปกติ " จะไม่ปกติได้อย่างไร ก็ในเมื่อทุกคนเกิดแล้ว ก็ต้องตายเป็นแน่ ถ้าไม่อยากตาย ก็ต้องไม่เกิดอีก ต้อง " นิพพาน "
อย่าประมาท ไม่มีใครทราบวันตายของตน จะตายวัน ตายพรุ่ง ก็ไม่รู้ เร่งทำ " นิพพาน " กันเถิด อย่าประมาทเลย วันวิสาขบูชา เวียนมาบรรจบสงกรานต์แล้ว ต่อไปวันสำคัญอีกวัน ก็คือวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญของโลก ในฐานะที่เป็นวันประสูตร ตรัสรู้ และปรินิพพานของ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา
สำหรับวัดใหญ่ชัยมงคล วันวิสาขบูชา นอกจากเป็นวัน " พระใหญ่" แล้ว ยังเป็นวันสำคัญที่เรียกกันเล่น ๆ ว่าวันห่มผ้าเจดีย์ เพราะประเพณีของวัดใหญ่ฯ คือ ไม่นิยมการจัดงานรื่นเริงใด ๆ งานส่วนมากจัดแบบเรียบง่าย นอกจากงานถวายผ้าห่มพระเจดีย์ชัยมงคล เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เรียกว่าเป็นงานประจำปี หรือเป็น " วันชาติ " ของวัดใหญ่ฯ เลยก็ว่าได้
งานห่มผ้าเจดีย์ จัดเป็นประจำทุก ๆ ปี ในวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ ผ้าขนาดประมาณกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ที่พระภิกษุ แม่ชี และฆารวาสญาติโยม ช่วยกันตัดเย็บขึ้น จะถูกเชิญขึ้นห่มพระเจดีย์ชัยมงคล ด้วยกำลังศรัทธาของท่านสาธุชนทั้งหลาย ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่าน่าปลาบปลื้มใจแค่ไหน
นอกจากพิธี "ห่มผ้าเจดีย์" แล้ว วัดใหญ่ชัยมงคล ยังมีการทำบุญตักบาตร เวลา ๘ นาฬิกา ถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตรจีวร และสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ พร้อมกันในวันวิสาขบูชาทุก ๆ ปีส่วนเวลาค่ำ ก็เป็นปกติของทุก ๆ วัดที่ต้องมีการเวียนเทียนเพื่อถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชาอีกด้วย ตกดึกมีการสมาทานเนสัชชิกธุดงค์ ทรงไว้ซึ่งอิริยาบท ๓ คือยืน เดิน นั่ง เว้นจากการนอน เพื่อเจริญจิตภาวนา และเจริญพระพุทธมนต์ จนเวลา ๒๔ นาฬิกา จึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นกิจวัตร และกิจกรรมวันวิสาขบูชาของวัดใหญ่ชัยมงคล
ขอเจริญพรเชิญชวนท่านทั้งหลายมาร่วมปฏิบัติธรรมกัน ยินดีต้อนรับท่านสาธุชนทุกท่านครับ [ หากต้องการมาถือศีลบวชขาว คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านระเบียบการก่อน ]
ภาพจากงานบุญวันสงกรานต์เชิญชมภาพถ่ายจากงานสงกรานต์ ณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา [ คลิ๊กที่นี่ ] แถมด้วยตัวอย่างลีลาการแสดงพระธรรมเทศนา ของหลวงพ่อพระครูพิสุทธิ์บุญสาร ( แก่น ปุญฺญสมฺปนฺโน ) เจ้าอาวาส วัดใหญ่ชัยมงคล
อยากฟังเต็ม ๆ ขอเชิญดาวน์โหลดได้ครับ [ คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด ] ทำบุญวันสงกรานต์ทำบุญวันสงกรานต์ที่วัดใหญ่ชัยมงคล วันที่ ๑๓ และ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐ น.
วันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก คือ วันไหน
คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า “ก้าวขึ้นหรือเคลื่อนย้าย” อันหมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน แต่เมื่อใดก็ตามที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนสู่ราศีเมษ โบราณถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายครั้งสำคัญ เรียกว่า “มหาสงกรานต์” เพราะถือว่าเป็นการเคลื่อนเข้าสู่วันปีใหม่อันเป็นการนับตามคติเดิม ซึ่งมักจะตกอยู่ในราว ๑๓ ๑๔ ๑๕ เมษายน ซึ่งแต่ละวันก็จะมีชื่อเรียกต่างกันคือ วันที่ ๑๓ เมษายน จะเรียกว่า วันมหาสงกรานต์ คือวันที่พระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษอย่างที่กล่าวข้างต้น และวันนี้เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย ส่วนวันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ คือ วันที่พระอาทิตย์เริ่มอยู่เข้าที่เข้าทางในราศีเมษแล้ว และรัฐบาลได้กำหนดให้วันนี้ เป็นวันครอบครัว ส่วนวันที่ ๑๕ เมษายนเรียกว่า วันเถลิงศก คือวันเปลี่ยนจุลศักราช ใหม่ ทั้งสามวันนี้ กำหนดเรียกแบบตายตัวไว้ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ แต่หากดูตามประกาศสงกรานต์อันเป็นการคำนวณทางโหราศาสตร์แล้ว ในบางปีอาจจะมีการคลาดเคลื่อนกันบ้าง (จุลศักราช เริ่มหลังพุทธศักราช ๑๑๘๑ ปี เวลาจะหาจุลศักราช ก็เอาพุทธศักราชปีนั้นตั้ง ลบด้วย ๑๑๘๑ ก็จะได้จุลศักราชของปีที่หา)
ประกาศสงกรานต์ปีพ.ศ. ๒๕๕๑
“ปีชวด เทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๓๗๐ ทางจันทรคติ เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ เป็นอธิกสุรทิน (อธิกสุรทิน คือ ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน /สัมฤทธิศก คือ ปีที่จุลศักราชลงท้ายด้วย ๐ ศูนย์ )
วันที่ ๑๓ เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๒๔ นาที นางสงกรานต์ ทรงนามว่า ทุงสะเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม อาภรณ์แก้วปัทมราค ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ) พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์ เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ
วันที่ ๑๕ เมษายน เวลา ๒๒ นาฬิกา ๕๓ นาที ๒๔ วินาที เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๗๐ ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย วันอังคารเป็นอธิบดี วันอังคารเป็นอุบาทว์ วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ ปีนี้ วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่าหินพานต์ ๑๒๐ ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๔ ตัว เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อวิบัติ ข้าวกล้าในภูมินา จะได้ผลกึ่ง เสียกึ่ง เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น และดูตามคำพยากรณ์โบราณ จะเห็นได้ว่าวันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ ท่านว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้งอกงามนัก ส่วนวันจันทร์เป็นวันเนา มักจะเกิดความไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ วันอังคารเป็นวันเถลิงศก ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล ส่วนทางล้านนาว่า ถ้าวันสังกรานต์ล่อง (หรือวันมหาสงกรานต์) ตรงกับวันอาทิตย์แล้ว ปีนั้นข้าว หมากเกลือจักแพง คนจักเป็นพยาธิ ข้าศึกจะมีแก่บ้านเมือง หนอนแมลงจักกินพืชไร่ แถมนางสงกรานต์ท่านเสด็จมา“ท่านั่ง” ซึ่งอิริยาบถนี้ เขาก็ว่าจะนำมาซึ่งความเจ็บไข้ ผู้คนล้มตายและจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ อ่านโดยรวมแล้ว ดูท่าว่าจากวันปีใหม่สากลจนถึงปีใหม่แบบไทยคือวันสงกรานต์ปีนี้ มีแต่เรื่องชวนหดหู่ไม่น้อย ส่วนดีมีนิดเดียว และแม้จะไม่ดูคำทำนาย แต่จากสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนดินฟ้าอากาศที่ผ่านมาก็บ่งบอกอนาคตได้อยู่แล้ว ยิ่งมีความเชื่อสมัยก่อนมาตอกย้ำเช่นข้างต้น หลายคนคงแทบหมดหวัง หรือเกิดอาการท้อแท้ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม หากย้อนไปดูนางทุงสะเทวี นางสงกรานต์ปีหนูนี้ ถ้าอ่านให้ดีจะพบว่า พระนางนั้นนอกจากจะดูไม่ดุแล้ว ยังทรงครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ ผู้เป็นหนึ่งในสามมหาเทพของพราหมณ์ และในพระหัตถ์ยังทรงจักรและสังข์ ที่เป็นอาวุธของพระนารายณ์อีกเช่นกัน ดังนั้น หากจะมองในด้านบวก นางทุงสะเทวีก็เป็นเสมือน “นอมินี” ของพระนารายณ์ที่ทรงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโลก และปราบปรามเหล่ายักษ์อสูรที่คอยมาสร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์ ส่วนภักษาหารที่เป็นผลมะเดื่อนี้ ทางฮินดูถือเป็นไม้มงคล และตามหลักวิทยาศาสตร์ก็เป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง สัตว์ต่างๆจึงชอบกินผลมะเดื่อ อีกทั้งเปลือก รากและผลของมะเดื่อ ก็มีสรรพคุณทางยา โดยสามารถแก้ท้องร่วง ชะล้างบาดแผล สมานแผล ถอนพิษไข้ และเป็นยาระบายอีกด้วย ดังนั้น หากเรามีความเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยไม่สิ้นคนดี” พร้อมยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต คือ รู้จัก “พอ” ในการกิน การอยู่ และใช้ชีวิตแล้ว ก็เชื่อว่า เหล่ามารทั้งหลายไม่ว่าจะมาจากระบบทุนนิยม บริโภคนิยม ฯลฯ ก็มิอาจมาทำร้ายเราได้ เพลงธรรม ส่วนท่านที่ค้นหาเพลงธรรม เพลงสวดมนต์ อยู่ละก็ ดูที่หน้าแรกนะครับ upload ไว้ให้แล้ว load กันได้เลย สาธุ ครับ ความเหมือน ที่แตกต่าง ระหว่างธรรมยุต กับมหานิกายส่งการบ้าน ธรรมยุติ มหานิกาย ความเหมือนต่าง
ธรรมะสวัสดีครับ
ก่อนคณะธรรมยาตราออกเดินทางไปเซกอง ได้มอบการบ้านให้ผมไว้ ซึ่งผมน้อมรับด้วยความยินดี แต่แอบหนักใจ เพราะคำถามนั้นคือ
' ธรรมยุติ & มหานิกาย เหมือนต่างกันอย่างไร '
คำถามนี้ยาก เพราะมันมีหลายเลเวลครับ ถ้าตอบแบบธรรมดาก็
กลับกันหมดแล้วหมายถึง น้องเณร และน้องพราหมณ์ ลาสิกขา ลาศีล กลับบ้านกันหมดแล้ว โครงการบรรพชาสามเณร และบวชสีลจาริณี ๒๕๕๑ ก็ผ่านไปได้ด้วยดี ปีนี้พระอาจารย์ค่อนข้างปล่อย ให้จัดการกันเอง ท่านคงต้องการฝึกพวกเรา ไปด้วยในตัว ถ้าถามตัวเองว่าผ่านไหม ให้ตัวเองผ่านครับ ไม่เต็มร้อย แต่ก็ ไม่น่าจะต่ำกว่า ๘๐ แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะ น้องเณร น้องพราหมณ์ |
|
|