mahaoath's profileนตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
ทิ้งให้ร้าง อย่างเป็นทางการเจริญพรครับ หลายบล็อก หลายเว็บเหลือเกินที่ต้องดูแล คงต้องลด ๆ ไปบ้าง เลือกยากเหมือนกันว่าจะปิดบล็อกไหน สุดท้ายก็เลือกปิด บล็อกนี้ บทความต่าง ๆ รูปภาพ ฯลฯ ยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ว่า บทความใหม่ ๆ คงจะไม่นำมาอัพแล้ว ตามไปได้ที่
หลวงพี่โอ๊ท ข่าวเพียวเสด
ติดตามต่อได้ที่ http://puresed.net อีกบล็อกหนึ่ง คงพอทราบ ๆ กันบ้างแล้ว แต่ยังไม่ได้แจ้งเป็นทางการเลย คือว่าตอนนี้บล็อกหลักที่ใช้ไม่ใช่ที่ spaces นี้แล้ว แต่ว่า ไปใช้ exteen ซะเป็นส่วนใหญ่ ตามไปอ่าน ตามไปทักทายได้ http://dhamweb.exteen.com บุญรักษาครับ การทำบัตรประชาชน สำหรับพระภิกษุ........ เห็นข่าวหลวงพ่อคูณ ท่านไปทำบัตรประชาชนแว่บ ๆ จึงขอนำประสบการณ์มาเล่าให้สักหน่อยว่า กว่าจะได้บัตรประชาชนมานั้น ลำบากยากเย็นแค่ไหน ![]() ที่ว่ายาก ยากอย่างนี้ครับ
---------------------------- ข้อมูลเพิ่มเติม หนังสือพิมพ์มติชน เมื่อพระ...ทำบัตรประชาชน คอลัมน์ มุมบริการ
เมื่อ ราวต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมาปรากฏข่าว หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เดินขึ้นที่ว่าการอำเภอเพื่อทำบัตรประจำตัวประชาชนเป็นครั้งแรก สร้างความสนใจและความสงสัยให้แก่ประชาชนทั่วไปพอสมควร กรณี "พระ...ทำบัตรประชาชน" โดยที่กฎหมายกำหนดให้ประชาชนคนไทย ที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไป ไม่เกิน 70 ปีบริบูรณ์จะต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้กำหนดให้พระภิกษุ อยู่ในกลุ่มบุคคลที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน ตามกฎกระทรวง พ.ศ.2548 ปัจจุบันได้เกิดปัญหาพระปลอมแอบแฝงผ้าเหลือง หากิน ออกเรี่ยไรเงินสร้างความเสียหายให้แก่คณะสงฆ์อยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าว ตลอดจนมิให้พระภิกษุ สามเณร กระทำการอันฝ่าฝืนประกาศมหาเถรสมาคม รวมทั้งเพื่อจัดทำบัตรประจำตัวให้แก่พระภิกษุ สามเณร ที่ประสงค์จะทำบัตรประจำตัวประชาชน กรมการปกครองจึงได้วางแนวทางการปฏิบัติไว้ ดังนี้ 1) เมื่อได้รับคำขอมีบัตร จากพระภิกษุ สามเณร เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหลักฐานเกี่ยวกับรายการต่างๆ ในทะเบียนบ้านของวัด เช่น คำนำหน้านาม หรือวงเล็บชื่อตัวชื่อสกุลต่อท้ายสมณศักดิ์ (กรณีเป็นพระภิกษุที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์) ว่าถูกต้องตรงกันกับรายการที่ระบุในหนังสือสุทธิสำหรับพระภิกษุ สามเณร หรือไม่ หากถูกต้องตรงกันและมีหลักฐานเอกสารประกอบอื่นๆ ตามระเบียบกรมการปกครองว่าด้วยการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนกำหนด เช่น สูติบัตร บัตรเดิม ฯลฯ ครบถ้วนก็จะพิจารณาดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้พระภิกษุ สามเณร ทันทีโดยไม่ต้องดำเนินการแจ้งกรมการศาสนาทราบ 2) กรณีพระภิกษุ สามเณร นำหลักฐานสำเนาทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน มาประกอบการยื่นคำขอมีบัตร จะแนะนำให้พระภิกษุ สามเณร แจ้งย้ายที่อยู่จากทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้านเข้าทะเบียนบ้านฉบับของวัดแล้วขอ แก้ไขคำนำหน้านาม หรือสมณศักดิ์ และวงเล็บชื่อตัวชื่อสกุลต่อท้ายสมณศักดิ์ ให้ถูกต้องตรงกันกับที่ระบุไว้ในหนังสือสุทธิของพระภิกษุ สามเณร แล้วจึงจะดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ต่อไป ซึ่งหากพระภิกษุ สามเณร ยังคงยืนยันที่จะใช้สำเนาทะเบียนบ้านฉบับของวัด ที่ยังไม่ได้แก้ไขคำนำหน้านามให้เป็น "พระ" หรือ "สามเณร" หรือสมณศักดิ์ โดยวงเล็บชื่อตัวชื่อสกุลต่อท้ายสมณศักดิ์ กรณีพระภิกษุที่ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นหลักฐานในการทำบัตรประจำตัวประชาชน เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชนให้ตามประสงค์แต่จะต้อง ดำเนินการแจ้งกรมการศาสนาเพื่อประสานการปฏิบัติต่อไป ทั้งนี้ พระภิกษุ สามเณร หากประสงค์จะมีบัตรประจำตัวประชาชนสามารถดำเนินการได้ ณ สำนักทะเบียนอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ หากพบปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดทำบัตรประจำตัวประชาชน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักทะเบียนทุกแห่ง สำหรับในส่วนกลาง โทรศัพท์ 0-2791-7625 ถ้าอ่านพระไตรปิฎกแล้วเบื่อ ลองนี่.....
ขึ้นหัวข้อเรื่องไว้อย่างนี้ เพราะว่าหลาย ๆ คน คงคิดว่าเรื่องในพระไตรปิฎก มีแต่เรื่องธรรมะธรรมโม น่าเบื่อ อ่านก็ไม่รู้เรื่อง ฟังพระเทศน์ก็ง่วงนอน เหมือนที่เขาว่า ฟังพระเทศน์ ไม่เหมือน เล่นไพ่ คือฟังพระเทศน์ นั่งได้ไม่กี่นาที ทั้งเมื่อย ทั้งง่วง แต่เล่นไพ่ กลับนั่งได้เป็นวัน ๆ ลองไปอ่านเรื่องราวในพระไตรปิฏก ส่วนของพระธรรมบท ที่แปลโดยสำนวนของ พระอัครกิตติ์ ใน blog บินเดี่ยว การผจญภัยในผ้าเหลือง แล้วจะพบว่า การอ่านธรรมะ ไม่น่าเบื่อเหมือนเคยอีกแล้วครับ ท่านอัครกิตติ์ ได้ทำการปรับเปลี่ยน สำนวนเสียใหม่ เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คือ คนรุ่นใหม่ ๆ อ่านแล้วสนุกได้สาระ การแสดงธรรม สำคัญตรงนี้ครับ คือให้ผู้รับ รับได้ คราวที่พระพุทธเจ้าของพวกเรานั้นยังทรงพระชนม์อยู่ ก็ทรงแสดงธรรม ด้วยวิธีการต่าง ๆ กันไป ตาม "จริต" ของผู้ฟัง แต่ว่าพระองค์ทรงสามารถ กำหนดรู้ใจของทุก ๆ คนได้ จึงทรงสามารถ แสดงธรรมให้พวกเขา เข้าใจได้โดยง่าย เช่น คราวโปรดพระนางรูปนันทา ผู้ติดอยู่ในรูปโฉม อันงดงาม พระศาสดาเราทรงแสดง รูปนิมิต ของสตรีที่งาม กว่าพระนางยิ่งนัก ให้พระนางทอดพระเนตร แล้วทรงให้รูปนิมิตนั้น แก่ หง่อม และตายไป ในขณะนั้นเอง ทำให้พระนางรูปนันทา ได้ทรงตระหนักถึง ความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา ของรูป และทรงละความยึดมั่นในรูปได้ นี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งครับ ที่พระไตรปิฎก มีมากมายถึง ๘๔,๐๐๐ พระธรรมขันธ์ ( หัวข้อ/เรื่อง ) ทั้ง ๆ ที่ธรรมของพระศาสดา สามารถย่อรวมลงเหลือเพียง ๑ เดียว คือ "ความไม่ประมาท" แต่ที่แตกเหล่า แตกกอ ออกไปนั้น เพราะว่า "จริต" ของผู้ฟัง ต่างกัน บางท่านอ่านสำนวนธรรมบท ของพระอัครกิตติ์แล้ว อาจไม่ชอบใจ แต่บางท่านอาจจะหันมาศึกษาพระพุทธศาสนา เพราะได้แรงบันดาลใจ จากเรื่องราว การเขียนของท่าน นั่นก็เพราะว่า "จริต" ของผู้อ่านไม่เหมือนกัน ท้ายนี้ต้องขออนุโมทนา ในความพยายามเผยแผ่พระธรรมของท่านอัครกิตติ์ และขอเจริญพรเชิญชวน ไปลองอ่านกัน เผื่อจะถูก "จริต" บุญรักษาครับ ..... หน้าแรกเว็บวัดใหญ่ชัยมงคลดอทเนทไม่ค่อยสวยเท่าไร แต่ก็ภูมิใจครับ ทำเองกับมือ จากที่ไม่เคยมีความรู้เรื่องการทำเว็บเลย และก็ไม่เคยคิดด้วยว่าจะได้ทำเว็บชนิดที่ใช้งานจริง ๆ จัง ๆ ต้องขอขอบคุณหลาย ๆ ฝ่าย ทั้ง spaces.live.com hi5.com ที่ทำให้มีที่ฝึกหัดและปลุกปล้ำกับ code ต่าง ๆ เพื่อน ๆ หลายท่านที่เขียน entry สอนการทำ html แม้กระทั่งผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจสอน แต่โดน "ครูพัก ลักจำ" ก็ตามที ลองไปชม ที่ http://watyaichaimongkol.net หรือ คลิ๊กลิงค์ตามแถบน้ำเงิน น้ำเงิน ด้านล่างก็ได้ หากมีข้อผิดพลาดประการใดน่าติติง หรือมีคำแนะนำดี ๆ อยากแบ่งปัน ไม่ต้องเกรงใจ maha-oath@hotmail.com ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ บุญรักษาครับ
ทำอะไรเพื่อพ่อ?เห็นพ่อเหนื่อยมาทั้งชีวิต ก็อยากช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อบ้าง พ่อทุ่มเทเสียสละเหนื่อยกายเหนื่อยใจ เพื่อยังประโยชน์สุขที่ยั่งยืนแก่อาณาประชาราษฎร์ และเป็นแบบอย่างอันดีงาม ให้ชนทั้งหลายได้ยึดถือปฏิบัติตาม ตลอดชีวิตของพ่อ พ่อพร่ำสอนลูก ๆ ของท่าน อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พ่อสอนว่า บุคคลซึ่งหาได้ยากในโลกมี ๒ บุคคล คือ บุพการี ๑ ผู้มีกตัญญูกตเวที ๑ บุพการี คือผู้ที่ทำคุณให้ก่อน ผู้มีกตัญญู คือ ผู้ที่รู้คุณที่ท่านทำแล้ว ผู้มีกตเวที คือ ผู้รู้คุณท่านแล้ว ทดแทนคุณท่าน ข้าพเจ้าเองเติบโตบนผืนแผ่นดินไทย ตลอด ๓๐ กว่าปีก็เพียงสักแต่ว่ารู้ ทว่าไม่เคยตระหนักถึง คุณของแผ่นดิน จนเมื่อได้มาอุปสมบทศึกษาปฏิบัติธรรม จึงได้ซาบซึ้งว่า คุณของแผ่นดินนั้น ยิ่งใหญ่นัก ทดแทนเท่าไหร่ก็ไม่มีวันหมด และคุณของพ่อนั้น ก็หนักยิ่งกว่าแผ่นดิน
กว่า ๓๐ ปีทีเดียวกว่าจะเรียนรู้คำว่า ผู้มีกตัญญู มันยากจริงสมกับคำที่ท่านว่าไว้ แลชีวิตที่เหลืออยู่ ก็จะพยายามเรียนรู้คำว่า ผู้มีกตเวที ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกนานเท่าไร วิธีทดแทนพระคุณพ่ออย่างง่าย ๆ ก็คือ ช่วยกันทำความดี ให้ทานเป็นปกติ เจือจานต่อเพื่อนบ้าน หรือผู้ที่มีฐานะด้อยกว่าเรา รักษาศีล ๕ ให้ครบถ้วนบริบูรณ์ รักษากรรมบถ ๑๐ ได้ด้วยก็ยิ่งดี ปฏิบัติธรรม เจริญพระกรรมฐานบ้าง ถ้ามีโอกาส มีสิ่งใดจะช่วยเหลือสังคมเป็นสาธารณประโยชน์ได้ ก็ช่วยกันทำ แค่นี้ก็แบ่งเบาภาระท่านไปได้มากแล้ว ทุกวันนี้ศีลธรรมในสังคมเสื่อมทรามไปมาก คนดีก็ท้อถอย เกิดความรู้สึกว่า ทำไมทำดีแล้วไม่เห็นได้ดี ทำชั่วอย่างที่เขาทำ ๆ กัน จะดีกว่า ง่ายกว่าไหม คิดดูซีว่า ถ้าคนในสังคมถือศีล ๕ กันครบทุกคน แม้ประตูบ้านก็ไม่ต้องล็อค เพราะไม่มีใครเอาของใคร แต่ถ้าในสังคมนั้น มีคนละเมิดศีล ๕ แม้คนเดียว ทุกคนก็ต้องพากันล็อคประตูบ้านกันหมด ฉันใดก็ฉันนั้นอย่าไปคิดว่า เราละเมิดศีลของเราคนเดียว จะไปเดือดร้อนใคร การรักษาศีลมีผลต่อสังคมแน่นอน ยิ่งมีคนถือศีล ๕ ได้มากเท่าไหร่ สังคมก็จะวุ่นวายน้อยลงเท่านั้น ผลก็คือ พ่อของเราก็เหนื่อยน้อยลงไปด้วย ฉะนั้นก่อนจะทุศีลครั้งต่อไป ให้คิดถึงพ่อของเราด้วย ทำนองเดียวกัน การเดินทางในคราวนี้ ได้ไปพบคนที่เขานำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ เขาตั้งคำถามว่า สมมติว่านาย ก. เดินทางไกลมาอย่างเหนื่อยอ่อน หิวเป็นกำลัง มาพบไร่ข้าวโพดที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ เธอก็เก็บข้าวโพดมากิน แล้วก็ไป นาย ข. เดินทางไกลมาเช่นกัน มาพบไร่ข้าวโพดไร่เดียวกัน เธอก็เก็บข้าวโพดมากิน และเก็บอีกหลายฝัก ไปฝากคนที่บ้านด้วย นาย ค. เดินมาพบไร่ข้าวโพดไม่มีเจ้าของ ก็จัดการ เอาเสามาปัก ขึงรั้วลวดหนาม ยึดเอาเป็นของตัว ไม่อนุญาตให้ใครเข้ามาเก็บข้าวโพดกินอีกเลย เขาผู้นั้นถามว่า ใน ๓ คนนี้ ถ้าเป็นลูกของเรา เราจะชมใครว่า ฉลาด ใคร โง่ คิดดูดี ๆ นะ นาย ค. ไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมายเลยแม้แต่น้อย ไม่ได้ละเมิดศีลสักข้อเดียว ไม่ได้เบียดเบียนใครด้วย ได้คำตอบในใจของท่านแล้ว ก็จะเห็นตามความเป็นจริงว่า โลกนี้ทั้งใบก็เล็กเกินไป สำหรับคนโลภ หรือคนไม่รู้จักพอ เพียงคนเดียว ฉะนั้นถ้าเรารักพ่อของเรา เราก็มาปฏิบัติตนให้เป็นคนรู้จักพอ สำหรับคนโลภ ทำอย่างไรจึงจะคลายความโลภ พ่อสอนว่า ความโลภ บรรเทาได้ด้วยการให้ทาน ทานที่ยิ่งใหญ่คือ การทำสาธารณประโยชน์ บางทีเราให้ทานแก่ขอทาน เพราะเห็นว่าเขาน่าสงสาร เขาจน เขามอมแมม เขาพิการ มีการตั้งเงื่อนไข มีการเจาะจงว่าเราจะให้คนนั้นคนนี้ แต่การทำสาธารณประโยชน์ คือการให้อย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่เจาะจงให้แก่ใครคนใดคนหนึ่ง เป็นทานที่พ่อเราทำให้ดูมาชั่วชีวิต ถ้าเราเจริญรอยตามท่าน ก็เท่ากับเราได้ทดแทนคุณท่าน ทำเล็กทำน้อยก็ถือว่าได้ทำ ทำไปตามกำลังใจของเรา สบาย ๆ ยากไหมการทดแทนคุณ โดย ธมฺมสโรภิกษุ
อ่านต่อได้ที่ http://akkarakitt.exteen.com มีบุญมาฝากจำพระรี่ได้ไหมครับ พระรี่ไง ที่เคยกล่าวถึงเมื่อ entry ก่อนหน้านี้ พระรี่ หรือ พระอัครกิตติ์ ( สะกดผิด ขออภัย ) เป็นเพื่อนร่วมรุ่น เซนต์คาเบรียล รุ่น ๗๑ คือรุ่นที่จบ ม.๖ ปี ๒๕๓๔ แล้วท่านก็ไปเรียนสถาปัตย์ จุฬา ( ถ้าเข้าใจผิดก็ช่วยทักท้วงมาด้วยนะครับท่าน ) จนจบมา ด้วยเหตุปัจจัย และ ธรรมจัดสรร ท่านหันหน้าหาพระพุทธศาสนาอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ได้ประมาณปีกว่า ๆ ( เรียกว่าเป็นพระรุ่นน้องหลายรุ่น ) ปัจจุบันท่านสังกัดวัดราชสิทธิ์ฯ กรุงเทพฯ |
|
|