mahaoath's profileนตฺถิ สนฺติ ปรํ สุขํPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    Happy Birth Day My First Blog

     พรุ่งนี้แล้วซินะ ที่สเปซนี้จะอายุเต็ม ๑ ขวบ เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำจริง แม้ว่าจะห่าง ๆ ไป แต่ก็ไม่ทิ้งกันหรอก

    อาสาฬหบูชา และ เข้าพรรษา

    .........

    จองที่ไว้หลายวันแล้ว ยังไม่ได้เขียน entry นี้สักที
    ค่อนข้างยุ่ง พอสมควรครับ สำหรับ วันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา
    เนื่องจากญาติโยม หยุดยาว 4 วัน สำหรับราชการ
    เป็นโอกาสได้ประกอบกองการกุศลต่าง ๆ
    พระก็เลยยุ่งวุ่นอยู่กับการต้อนรับคณะศรัทธาทั้งหลาย

    วันอาสาฬหบูชา เป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา
    คือเป็นวันที่เรียกว่า วันพระสงฆ์ เนื่องจาก เป็นวันคล้ายวันที่
    พระผู้มีพระภาคของเรา ทรงแสดงปฐมเทศนา
    คือ ธรรมจักรกัปวัตนสูตร แก่ ปัญจวัคคีย์
    ซึ่งก็เกิดผลคือ ท่านโกณฑัญญะ ได้ธรรมจักษุบรรลุเป็นพระโสดาบัน
    และทูลขออุปสมบท เป็นพระภิกษุองค์แรกในพระพุทธศาสนานี้

       

    ประมวลภาพบรรยากาศ การเวียนเทียน วันอาสาฬหบูชา 17 ก.ค. 2551

    จริง ๆ แล้ว จะเรียกวันอาสาฬหบูชา ว่าเป็นวันพระพุทธ หรือวันพระธรรม
    ก็คงได้ เนื่องจาก เป็นครั้งแรกที่พระพุทธเจ้าของเรา ทรงสำเร็จความเป็นพระพุทธเจ้า
    ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า ท่านผู้บรรลุอมตมหานิพพาน ด้วยตนเอง โดยไม่มีใครสอนนั้น
    มีด้วยกัน 2 ประเภท คือ พระปัจเจกพุทธเจ้า และ พระพุทธเจ้า
    ต่างกันด้วยการสอนผู้อื่นให้บรรลุตาม พระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ท่านบรรลุเอง
    แต่ไม่ได้สอนใคร ๆ ส่วนพระพุทธเจ้า ท่านบรรลุเองด้วย ทรงสอนผู้อื่นด้วย
    ดังนั้น ถ้าในวันนี้พระองค์ ไม่ทรงสอนให้ท่านโกณฑัญญะ ได้รู้ตาม
    พระองค์ก็ทรงเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้าอยู่นั่นเอง

    และที่ว่าเรียกว่าวันพระธรรม นั้นก็เพราะว่า ทรงแสดงธรรม เป็นครั้งแรก
    หรือปฐมเทศนา ก็คราวนี้ ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เขตเมืองพาราณสีนั้นเอง

    ล่วงมา 2596 ปี จนวันอาสาฬหบูชา เวียนมาถึง เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2551 ที่ผ่านมา
    ที่วัดมีประชาชนชาวพุทธ พร้อมใจกันมาประกอบกองการกุศล อย่างล้นหลาม
    แสดงให้เห็นว่าชาวไทยพุทธเรา ยังคงมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาอย่างมาก
    ต้องขออนุโมทนาอย่างยิ่งเลยทีเดียวครับ สาธุ สาธุ
    -------------------------------
    วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งทางพระพุทธศาสนาเรา
    เดิมทีเดียวก่อนที่พระพุทธองค์ทรงอนุญาตการจำพรรษานั้น
    พระสงฆ์จะจาริกไปทั่วตลอดทั้งปี แต่ถูกชาวบ้านติเตียนว่า
    เหยียบย่ำข้าวกล้าในนาข้าวช่วงฤดูฝน เป็นเหตุให้พระพุทธเจ้า
    ทรงบัญญัติการจำพรรษา ตลอด ๓ เดือน ช่วงฤดูฝนขึ้น
    ปัจจุบันเป็นช่วงเวลาที่พระเราจะได้หยุดการจาริกไปในที่ต่าง ๆ
    มาอยู่ปฏิบัติธรรม เรียนธรรม เป็นที่เป็นทาง

    โยมหลายคนไม่เข้าใจ ถามอยู่เรื่อย ๆ ว่า จำพรรษาแล้ว
    พระออกจากวัดไปไหนไม่ได้เลยใช่หรือไม่
    ถ้าออกไม่ได้เลย แล้วจะบิณฑบาตอย่างไรละครับ
    ท่านห้ามเฉพาะไปค้าง อ้างแรมที่อื่นเท่านั้น
    คือไปได้ แต่ว่าต้องกลับมาที่วัดที่จำพรรษาก่อนได้อรุณ
    คือก่อนพระอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า มิฉะนั้นจะขาดพรรษา

    แต่ยังมีพระบรมพุทธานุญาต เมื่อมีเหตุจำเป็น เช่น
    มารดา บิดา ป่วยหนัก ต้องไปดูแล เป็นต้น พระสามารถ
    ลา " สัตตาหกรณียะ" ไปค้างที่อื่น ได้ ไม่เกินครั้งละ ๗ วัน

    พระเข้าพรรษาแล้ว โยมก็เข้าพรรษาได้เหมือนกัน
    โดยการถือเอาพรรษาเป็นนิมิต เป็นเหตุให้ละความชั่ว
    ทำความดีมากกว่าปกติ เช่น งดเหล้าเข้าพรรษา เป็นต้น

    ลองพิจารณาดูนะครับ ว่าพรรษานี้จะทำความดีอะไร

    บุญรักษาครับ

    สด ๆ ร้อน ๆ จากวัดใหญ่ชัยมงคล

    ด่วน! คลิปสดๆร้อนๆ จากวัดใหญ่ชัยมงคล งานถวายผ้าห่มพระเจดีย์ชัยมงคล
     

              

    เป็นประเพณีมานานที่วัดใหญ่ชัยมงคลจะจัดให้มีการถวายผ้าห่มพระเจดีย์ชัยมงคล

    ทุก ๆ วันวิสาขบูชา ครับ ไม่เล่าเรื่องพิธีให้ฟังหรอกครับ เพราะ ๑๐ ปากว่า ไม่เท่า

    ๑ ตาเห็น และ space นี้ก็ได้แปรสภาพกลับเป็น space ส่วนตั๊ว ส่วนตัว แล้วด้วย

    ก็จะลงไว้เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับข้าพเจ้าเท่านั้น ( แต่ก็ไม่พ้นเรื่องวัดอยู่ดี ทำไงได้

    อยู่วัดวันละ ๒๔ ชั่วโมง จะไปเอาเรื่องอื่นมาจากไหนเล่า จริงไหมครับ? ) 

     

    ปีนี้เป็นปีที่งานห่มผ้ามีความพิเศษมาก ๆๆๆๆ พิเศษยังไง จะเล่าให้ฟัง เริ่มจากเป็นปี

    ที่ได้รับหน้าที่ที่แสนจะพิเศษ คือเป็นองค์นำขบวนแห่ผ้าห่มพระเจดีย์ไปรอบ ๆ เมือง

    ปกติเป็นหน้าที่ของพระอาจารย์ผู้ช่วยเจ้าอาวาส แต่ปีนี้ท่านได้ให้ความไว้วางใจอย่างสูง

    ให้ทำหน้าที่แทนท่าน จึงเดินทางไปกับขบวนรถบุบผชาติ เริ่มจากที่แรกเลย นึกออกไหมครับ

    ว่าเป็นที่ไหน   ที่วัดใหญ่ชัยมงคลครับ วัดเราเองนี่แหละ เป็นวัดแรกเลย คือก่อนขบวนออก

    ได้ทำการสักการะ และขอพร จากพระพุทธชัยมงคล พระประธานในอุโบสถ ตลอดจนหลวงปู่

    พระครูภาวนารังสี ( เปลื้อง  วิสฏฺโฐ ) อดีตเจ้าอาวาส เมื่อเรียบร้อยแล้วก็เตรียมเคลื่อนขบวน

    แต่อนิจจา ขึ้นรถไม่ได้ครับ ทีมตกแต่งรถ ( สามทหารเสือ ใน entry ก่อนนู้น และท่านอื่น ๆ อีก )

    ได้ผูกผ้าจัดดอกสวยงาม แต่ขวางประตูคนนั่งซะเปิดไม่ได้เลย ทำไงละทีนี้   ต้องไปขึ้นด้านคนขับ

    ครับ ลองนึกภาพ พระอ้วน ๆ น้ำหนักประมาณกระสอบข้าวสารรุ่นโบราณ ตะกายขึ้นรถ ๖ ล้อ ขึ้นไม่เท่าไร

    แต่ลงนี่ซิครับ รถ ๖ ล้อ คันใหญ่ก็จริง แต่ว่าห้องโดยสารแคบน่าดู ลงรถทีไรหน้าจะทิ่มลงมาก่อนขาทุกที

    ไม่ใช่ขึ้นลง หนเดียวนะครับ ต้องไปแวะสักการะที่ต่าง ๆ ได้แก่ ศาลหลักเมือง วิหารหลวงพ่อมงคลบพิตร

    ราชานุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง และหลวงพ่อโตวัดพนัญเชิง ถ้ารวมตอนกลับมาวัดใหญ่ด้วยก็ ขึ้นลง ๕ รอบ

    พอดี  แต่ก็ไม่เป็นไรสู้ตายครับ ออกเดินทาง ๘ โมง ไปสักการะสถานที่ต่าง ๆ ที่ไหนเป็นพระพุทธรูป ก็ทำ

    การสักการะเอง ที่ไหนไม่ใช่พระพุทธ มีโยมนายพลทหารบกท่านหนึ่งทำหน้าที่สักการะแทน ส่วนตัวเอง

    นั้นทำการอธิษฐานแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลให้กับเทวดาในที่นั้น ๆ เท่านั้น พูดถึงนายพลท่านนี้ก็น่าสรรเสริญ

    ท่านทุลักทุเลกว่าอีก ชุดนายทหารฟิต ๆ ต้องปีนบันไดขึ้น ๆ ลง ๆ ท้ายรถ ๖ ล้อ คันเดียวกันนี่แหละครับ

    แต่โยมเขานั่งท้าย ไม่บ่นสักคำ สมเป็นชายชาติทหาร.......

     

    กลับถึงวัดโดยสวัสดิภาพ ประมาณ ๙ โมงครึ่ง แห่ผ้าไปรอบ ๆ ทำประทักษิณพระเจดีย์

    ประทักษิณ หมายถึง เวียนขวา ครับ เป็นการบูชาแบบเก่า มีมาก่อนพุทธกาล หลาย ๆ ท่านอาจจะ

    ยังงงงงอยู่ว่าอย่างไหนเรียกว่าเวียนขวา สังเกตจากการเดินครับ ต้องให้ขวามือเราหันเข้าหา

    ศูนย์กลาง หรือ สิ่งที่เราทำประทักษิณ อยู่เสมอ ๆ คือเดินตามเข็มนาฬิกานั่นเอง

    ( จะมีใครเคยเดินตามเข็มนาฬิกาจริง ๆ มั่งไหมหนอ )

    ทำประทักษิณได้ครบสามรอบ เวลาก็จวนเจียนมาก จวนเจียนจะเพลครับ ช้านักเดี๋ยวพระอดข้าว

    ปีนี้โยมน่ารักครับ บอกอะไรก็เชื่อ คือในการเตรียมผ้าผูกกับสลิงเพื่อชักรอกขึ้นไปนั้น ต้องอาศัยสถานที่

    บอกโยมให้ถอย โยมก็ถอย น่ารักครับ บางปีบอกกันปากแฉะ ยังจะรุมกันเข้ามาที่ผ้าให้ได้ ทำงานสะดวกดีครับปีนี้

    ต้องอนุโมทนาขอบคุณไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจหลาย ๆ ท่าน ที่ได้มาช่วยอำนวยความสะดวกด้วย

     

    ผ้าขึ้นไปเรียบร้อยแล้วครับ ( ดูคลิปเองนะครับ ไม่บรรยายหรอก )

    ได้เวลาฉันเพล ปีนี้เป็นปีที่ได้ขึ้นฉันบนศาลากับพวก ทุก ๆ ปี แอบฉันอยู่หลังโบสถ์

    หลังโบสถ์เป็นที่ตั้งสถานีกระจายเสียงและประชาสัมพันธ์ครับ เรียกให้โก้ ๆ ไปงั้นเอง

    จริง ๆ แล้ว มีแต่เครื่องเสียง ( บางคนนิยมเรียกว่าเครื่องไฟ ) กับกองสายไฟ สายไมค์ระโยงระยางเท่านั้นเอง

    ฉันเพลแล้ว รับถวายผ้าป่าแล้ว รับถวายผ้าไตร ( ถวายรูปละ ๑ สำรับ ทุก ๆ ปี ครับ )

    พระต้องโดนโยมเล่นสงกรานต์ละทีนี้ คือ ที่วัดจะไม่จัดสรงน้ำพระ ในวันสงกรานต์ แต่จะมาจัดในวันวิสาขแทน

    ใครจะให้โยมสรงน้ำก็เตรียมตัวได้ แต่ว่าตัวเองนั้น มีภาระอื่น คือ พระอาจารย์ท่านไว้วางใจอีกแล้ว

    ให้นำคณะนักเรียนและครูจากโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล ( ภาวนารังสี ) เวียนเทียนครับ

    เวียนเทียนตอนเที่ยง ๆ คิดกันเองแล้วกันครับ ดีว่ามีเมฆพอประมาณ ช่วยให้คลายร้อนไปได้เยอะเลย

     

    ว่าจะหลบไปพักสักหน่อย ได้รับความไว้วางใจ ( อีกแล้ว อาจารย์ไม่วางใจรูปอื่นบ้างเลยหรือ )

    ให้ทำพิธีลาศีลให้แม่ชีพราหมณ์ ไม่เป็นไรยังไม่พักก็ได้ครับ รีบเข้าไปศาลา โอ้ แม่ชีนั่งเป็นระเบียบเชียว

    อยู่วัดมานานพึ่งจะทราบว่าทุก ๆ วันวิสาขจะมีโยมมาถวายทานกับคณะแม่ชีด้วย ดีครับ อนุโมทนาด้วย

    นาน ๆ จะมีคนคิดทำทานกับแม่ชีซักที สรุปว่าต้องรอให้พิธีแม่ชีเรียบร้อยก่อน ระหว่างนั้นก็ช่วยหลวงตาจันทร์

    เจ้าอธิการแห่งสังฆทาน วัดใหญ่รับสังฆทานรวมครับ มาถวายไว้แล้วพระท่านจะนำเฉลี่ยถวายทั่ว ๆ กัน ช่วยหลวงตา

    รับสังฆทานครู่ใหญ่ ๆ ก็ได้เวลา "สึกชี" เรียบร้อยแล้วได้เวลาพักแล้ว เชื่อไหมครับถึงตอนนี้เหงื่อแห้งแล้ว

    เกลือครับ เกลือเป็นเม็ด ๆ เหมือนที่ทำกับข้าวเลย เกาะเต็มแขนแลย ถ้าขูดมารวม ๆ กัน น่าจะได้ซักช้อนพูน ๆ

    เลยสรงน้ำสักทีก่อน แล้วก็เขียน entry นี้ ( แค่ขึ้นหัวข้อจองที่ไว้ ) แล้วก็ซ่อนตาดำได้ประมาณชั่วโมง

    ตั้งแต่ "ได้รับความไว้วางใจ" ให้ประจำการที่สำนักงาน ไม่ได้จำวัดกลางวันเลย วันนี้ได้ไปประมาณชั่วโมง

    ไม่อยากลุกครับ จริง ๆ ไม่อยากนอน แต่ว่าคืนนี้ยังอีกยาว ต้องซักหน่อยตุนไว้ก่อน

    ๑๗.๐๐น. ฝนตก

     

          

    ใจเสีย คิดว่าได้เวียนเทียนกลางฝนแน่เลยเรา

    ดีว่าตกแป๊บเดียวก็หยุด พอแฉะ ๆ เท่านั้นเอง ทำนู่นทำนี่ และเตรียมโคมประทีปเสร็จ
    ใกล้เวลาเวียนเทียนพอดี ระฆังดังแล้วเข้าศาลาทำวัตรสวดมนต์เย็นก่อน วันเทศกาลอย่างนี้
    ปกติไม่ค่อยได้ทำวัตรกับเขาหรอกครับ ส่วนมาอยู่กับเครื่องเสียง แต่ว่าวิสาขปีนี้เอาซะหน่อย
    ตั้งใจว่าจะให้ครบกิจทั้งหลายทั้งปวง ด้านเครื่องเสียงนั้นพระอาจารย์บรรณ์อยู่ทั้งองค์
    กลัวอะไร พระอาจารย์บรรณ์ เป็นระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นมหาประโยค ๘ แต่งานบู๊แบกหาม
    ท่านไม่เคยเกี่ยง ข้าน้อยขอคารวะจากใจ พระวัดใหญ่ชุดที่ทำงานด้วยกันน่ารักอย่างนี้ทุกรูปครับ
    งานหลวงไม่ขาด งานราษฎร์ ไม่เว้น ขอให้บอกเดี๋ยวจัดให้ ขอคารวะอีกครั้งครับ

    ทำวัตรเสร็จหลวงพ่อแก่น  ( พระครูพิสุทธิ์บุญสาร ) เจ้าอาวาส นำกล่าวคำถวายดอกไม้ธูป เทียน
    ยาววว ยาวมาก ๆ ตามแบบที่ท่านแต่งไว้ในหนังสือมนต์พิธีครับ หนังสือมนต์พิธีเล่มเหลือง ๆ เป็น
    หนังสือที่พระใช้กันทั่วประเทศเลยก็ว่าได้ ไปไหนก็เจอแต่เล่มนี้ ถ้าผู้แต่งแต่งผิด หรือผู้พิมพ์ พิมพ์ผิด
    ก็คงผิดกันทั่วประเทศเหมือนกัน กล่าวคำถวายเสร็จก็ถึงเวลาที่ทุกคนรอคอย เวลาเวียนเทียน
    การเวียนเทียน เป็นการทำประทักษิณเวียนขวา แต่พิเศษ เพิ่มดอกไม้ ธูป เทียน ในมือด้วย ปกติ ปีหนึ่ง
    เวียนเทียนกัน ๓ หน วันมาฆ วิสาข อาสาฬห แต่บางแห่งเพิ่ม วัดอัฎฐมีบูชาด้วย บางคนไม่รู้จักวันอัฎฐมี
    อัฎฐมี แปลว่า ที่ ๘ หมายถึงแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ คือหลังวันวิสาข ๘ วัน ตรงกับ วันคล้ายวันถวายพระเพลิง
    พระบรมศพพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าครับ

    ระหว่างที่เวียนเทียนนั้นเอง ได้ใคร่ครวญถึงกุศลกรรมของตัวเองตลอดวันที่ผ่านมา เกิดปีติ ครับ
    ขนแขนลุกเกรียวไปหมด เสียดายข่มปีติ ทำให้เป็นเอกัคคตา ( จิตมีอารมณ์หนึ่งเดียว ) ไม่สำเร็จ
    ไม่งั้นบรรลุองค์ฌานที่ ๑ แน่ ๆ องค์ฌานแรกมี ๕ อย่าง คือ วิตก การยกจิตสู่อารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง
    วิจารณ์ พิจารณาอารมณ์นั้น ๆ ปีติ อิ่มใจ สุข คือสุขใจ และ เอกัคคตา การที่จิตรวมเป็นหนึ่ง ครบ ๕ อย่างนี้
    คือได้ฌานที่ ๑ ปฐมฌาน 

    สรุปว่าเป็นสถิติ วิสาขบูชา ๒๕๕๑ นี้ ได้ทำประทักษิณพระเจดีย์ชัยมงคล ๙ รอบด้วยกัน
    เช้าแห่ผ้า เที่ยงนำนักเรียนเวียนเทียน ค่ำเวียนเทียนเอง สะใจครับ ไม่เคยได้ทำประทักษิณปีไหน
    มากมาขนาดนี้มาก่อน

    เสร็จสิ้นภาระกิจเวียนเทียน แต่ยัง ยังไม่จบ ราตรีนี้ยังเยาว์นัก กิจวัตรวันพระของเรามีถึงเที่ยงคืน
    เข้าศาลาฉันปานะให้คลายเหนื่อย แล้วสมาทานธุดงค์ หลายคนเข้าใจว่าธุดงค์ต้องมีกลด มีบาตร
    ออกเดินข้ามเขาเป็นลูก ๆ จริง ๆ แล้วธุดงค์มี ๑๓ อย่างด้วยกัน บางอย่างทำได้ทุกที่ บางอย่างไม่ได้
    ยกตัวอย่างนะครับ อรัญญิกธุดงค์ สมาทานอยู่ป่า ไม่เข้า ( หมู่ )บ้าน อย่างนี้ต้องทำในป่า แต่ว่า เนสัชชิกธุดงค์
    สมาทานไม่นอน อย่างนี้ทำที่วัดก็ได้ วัดใหญ่เราสมาทานข้อนี้ครับ " เสยยัง ปะฏิกขิปปามิ, เนสัชชิกังคัง สมาทิยามิ :
    ข้าพเจ้าขอสมาทาน ซึ่งเนสัชชิกธุดงค์ ทรงไว้ซึ่งอิริยาบถสาม มีนั่งหนึ่ง ยืนหนึ่ง เดินหนึ่ง เว้นเสียซึ่งการนอน"
    เบาะ ๆ ครับ สมาทานกันครึ่งคืน คือไม่ให้หลังแตะพื้นถึงเที่ยงคืน แต่ก็เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรครับ ปกติจำวัดวันละ
    ๕-๖ ชั่วโมง ถ้าถึงเที่ยงคืน ก็เหลือประมาณ ๔-๕ ชั่วโมง วันรุ่งขึ้น อย่างขณะที่พิมพ์อยู่นี้ก็เริ่มอื้อ ๆ แล้วเหมือนกัน

    แต่สู้ไม่ถอยครับ สมาทานก็สมาทาน (วะ) สมาทานเสร็จฟังเทศน์ ๑ กัณฑ์ วันนี้พระธรรมกถึก

    ( แปลว่านักแสดงธรรม ) เลือกเรื่องพุทธประวัติมาแสดง ฟังดีครับ ลองฟังกันดู

       

    สามทุ่มพอดี พักผ่อนคลายอิริยาบถ ได้ราวชั่วโมง สี่ทุ่มต้องไปนั่งกรรมฐาน ที่ห้องกรรมฐาน

    เข้าห้องกรรมฐานมีใจมุ่งมั่น ห้าวหาญ เบิกบานสุด ๆ แต่นั่งไปได้ครู่เดียว มีพระมาสะกิดให้ละกรรมฐานเพราะมีธุระ

    ด่วนเกี่ยวกับงานเอกสาร ก็ต้องระเห็จไปที่สำนักงานวัด จัดการเรื่องเอกสารด่วนให้หลวงพ่อเซ็น ก็พอดีห้าทุ่มเข้าไปแล้ว

    พระภิกษุ แม่ชี ชีพราหมณ์ ย้ายจากห้องกรรมฐาน มาอยู่ที่ศาลาการเปรียญกันหมดแล้ว คือวันพระ ที่วัดใหญ่

    หลังกรรมฐานแล้ว จะมีการเจริญพระพุทธมนต์ต่อจนกว่าจะเที่ยงคืน

    คืนนี้สวดธรรมจักร บารมี ๓๐ ทัศ และคาถาโพธิบาท

    แปลกใจเหมือนกันเวลาสวด ไม่ง่วง แต่พอสวดเสร็จ กรวดน้ำ กราบพระแล้ว

    ตาไม่อยากจะลืมซะอย่างนั้นครับ

    กลับถึงกุฏิได้ สรงน้ำให้สบายตัวซะหน่อย กว่าจะได้เข้าจำวัดก็ปาเข้าไปเกือบตีหนึ่ง

    คืนนี้ต่อให้ไฟไหม้วัดก็ไม่ตื่นไปดูหรอกครับ

    สรุปว่าวันวิสาขบูชาปีนี้ ใจเป็นบุญเป็นกุศล ตั้งแต่เช้ามืดถึงเที่ยงคืน เลยจัดว่าเป็นวิสาขบูชาที่พิเศษจริง ๆ

    อ่านมาถึงตรงนี้ก็อนุโมทนากันด้วยนะครับ แบ่งบุญกันไป

    สาธุ บุญรักษาครับ

    สามทหารเสือ

    ใกล้งานวันวิสาขบูชาเข้ามาทุกที ถือโอกาสนำวีดีโอ พระกำลังเตรียมงานมาให้ดูกันเล่น  ๆ
    สามรูปที่เห็น เป็นเรี่ยวแรงกำลังสำคัญของวัดใหญ่ชัยมงคล ทั้งงานฝ่ายบู๊ ( ก่อสร้าง ออกแรงเยอะ ๆ ) และงานฝ่ายบุ๋น ( งานเทศน์ งานสอน ฯลฯ )
    ใน วีดีโอ อาจดูเฮฮาไปสักหน่อย แต่ก็เป็นอย่างนี้ในเวลาทำงานหนัก ๆ ร้อน ๆ ครับ จำเป็นต้องเฮฮาเข้าไว้ ไม่อย่างนั้นเครียด แล้วพาลหมดแรงเอาดื้อ ๆ ( ฮา )
      

    วันวิสาขบูชา เวียนมาบรรจบ

    สงกรานต์แล้ว ต่อไปวันสำคัญอีกวัน ก็คือวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญของโลก ในฐานะที่เป็นวันประสูตร ตรัสรู้ และปรินิพพานของ พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา
     
    สำหรับวัดใหญ่ชัยมงคล วันวิสาขบูชา นอกจากเป็นวัน " พระใหญ่" แล้ว ยังเป็นวันสำคัญที่เรียกกันเล่น ๆ ว่าวันห่มผ้าเจดีย์ เพราะประเพณีของวัดใหญ่ฯ คือ ไม่นิยมการจัดงานรื่นเริงใด ๆ งานส่วนมากจัดแบบเรียบง่าย นอกจากงานถวายผ้าห่มพระเจดีย์ชัยมงคล เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เรียกว่าเป็นงานประจำปี หรือเป็น " วันชาติ " ของวัดใหญ่ฯ เลยก็ว่าได้
     
    งานห่มผ้าเจดีย์ จัดเป็นประจำทุก ๆ ปี ในวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน ๖ ผ้าขนาดประมาณกว้าง ๑๒ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ที่พระภิกษุ แม่ชี และฆารวาสญาติโยม ช่วยกันตัดเย็บขึ้น จะถูกเชิญขึ้นห่มพระเจดีย์ชัยมงคล ด้วยกำลังศรัทธาของท่านสาธุชนทั้งหลาย ถ้าดูจากภาพจะเห็นว่าน่าปลาบปลื้มใจแค่ไหน
     
    นอกจากพิธี "ห่มผ้าเจดีย์" แล้ว วัดใหญ่ชัยมงคล ยังมีการทำบุญตักบาตร เวลา ๘ นาฬิกา ถวายภัตตาหารเพล ถวายผ้าไตรจีวร และสรงน้ำพระภิกษุสงฆ์ พร้อมกันในวันวิสาขบูชาทุก ๆ ปีส่วนเวลาค่ำ ก็เป็นปกติของทุก ๆ วัดที่ต้องมีการเวียนเทียนเพื่อถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา และสังฆบูชาอีกด้วย ตกดึกมีการสมาทานเนสัชชิกธุดงค์ ทรงไว้ซึ่งอิริยาบท ๓ คือยืน เดิน นั่ง เว้นจากการนอน เพื่อเจริญจิตภาวนา และเจริญพระพุทธมนต์ จนเวลา ๒๔ นาฬิกา จึงจะเป็นอันเสร็จสิ้นกิจวัตร และกิจกรรมวันวิสาขบูชาของวัดใหญ่ชัยมงคล
     
    ขอเจริญพรเชิญชวนท่านทั้งหลายมาร่วมปฏิบัติธรรมกัน  ยินดีต้อนรับท่านสาธุชนทุกท่านครับ [ หากต้องการมาถือศีลบวชขาว คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านระเบียบการก่อน ]
     
    DSC07721DSC07722DSC07723DSC07726DSC07739DSC07750

    ภาพจากงานบุญวันสงกรานต์

    เชิญชมภาพถ่ายจากงานสงกรานต์ ณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา [ คลิ๊กที่นี่ ] แถมด้วยตัวอย่างลีลาการแสดงพระธรรมเทศนา ของหลวงพ่อพระครูพิสุทธิ์บุญสาร ( แก่น  ปุญฺญสมฺปนฺโน ) เจ้าอาวาส วัดใหญ่ชัยมงคล
      

    อยากฟังเต็ม ๆ ขอเชิญดาวน์โหลดได้ครับ [ คลิ๊กเพื่อดาวน์โหลด ]

    ทำบุญวันสงกรานต์

    ทำบุญวันสงกรานต์ที่วัดใหญ่ชัยมงคล วันที่ ๑๓ และ ๑๔ เมษายน ๒๕๕๑ เวลา ๐๘.๐๐ น.
     
    วันมหาสงกรานต์ วันเนา และวันเถลิงศก คือ วันไหน
     
              คำว่า “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤต แปลว่า “ก้าวขึ้นหรือเคลื่อนย้าย”  อันหมายถึงการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์จากราศีหนึ่งสู่อีกราศีหนึ่ง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำทุกเดือน แต่เมื่อใดก็ตามที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนสู่ราศีเมษ โบราณถือว่าเป็นการเคลื่อนย้ายครั้งสำคัญ เรียกว่า “มหาสงกรานต์” เพราะถือว่าเป็นการเคลื่อนเข้าสู่วันปีใหม่อันเป็นการนับตามคติเดิม  ซึ่งมักจะตกอยู่ในราว ๑๓ ๑๔ ๑๕ เมษายน ซึ่งแต่ละวันก็จะมีชื่อเรียกต่างกันคือ วันที่ ๑๓ เมษายน จะเรียกว่า วันมหาสงกรานต์ คือวันที่พระอาทิตย์ย้ายเข้าสู่ราศีเมษอย่างที่กล่าวข้างต้น และวันนี้เป็นวันผู้สูงอายุแห่งชาติด้วย  ส่วนวันที่ ๑๔ เมษายน เรียกว่า วันเนา แปลว่า วันอยู่ คือ วันที่พระอาทิตย์เริ่มอยู่เข้าที่เข้าทางในราศีเมษแล้ว และรัฐบาลได้กำหนดให้วันนี้ เป็นวันครอบครัว ส่วนวันที่ ๑๕ เมษายนเรียกว่า วันเถลิงศก คือวันเปลี่ยนจุลศักราช ใหม่  ทั้งสามวันนี้ กำหนดเรียกแบบตายตัวไว้ก็เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ แต่หากดูตามประกาศสงกรานต์อันเป็นการคำนวณทางโหราศาสตร์แล้ว  ในบางปีอาจจะมีการคลาดเคลื่อนกันบ้าง (จุลศักราช เริ่มหลังพุทธศักราช ๑๑๘๑ ปี  เวลาจะหาจุลศักราช  ก็เอาพุทธศักราชปีนั้นตั้ง ลบด้วย ๑๑๘๑ ก็จะได้จุลศักราชของปีที่หา)
     
    ประกาศสงกรานต์ปีพ.ศ. ๒๕๕๑
     
    “ปีชวด  เทวดาผู้ชาย ธาตุน้ำ สัมฤทธิศก  จุลศักราช  ๑๓๗๐ ทางจันทรคติ  เป็นปกติมาสวาร ทางสุริยคติ  เป็นอธิกสุรทิน  (อธิกสุรทิน คือ ปีที่เดือนกุมภาพันธ์มี ๒๙ วัน /สัมฤทธิศก  คือ ปีที่จุลศักราชลงท้ายด้วย ๐ ศูนย์ )
                วันที่ ๑๓ เมษายน เป็น วันมหาสงกรานต์ ตรงกับ ณ วันอาทิตย์ ขึ้น ๘ ค่ำ เดือน ๕ เวลา ๑๘ นาฬิกา ๒๔ นาที 
                 ทุงสะเทวี นางสงกรานต์ปีชวด           
                นางสงกรานต์ ทรงนามว่า ทุงสะเทวี  ทรงพาหุรัด ทัดดอกทับทิม  อาภรณ์แก้วปัทมราค  ภักษาหารอุทุมพร (ผลมะเดื่อ)  พระหัตถ์ขวาทรงจักร พระหัตถ์ซ้ายทรงสังข์    เสด็จนั่งมาเหนือหลังครุฑ เป็นพาหนะ
                วันที่ ๑๕ เมษายน เวลา ๒๒ นาฬิกา ๕๓ นาที  ๒๔ วินาที  เปลี่ยนจุลศักราชใหม่ เป็น ๑๓๗๐ ปีนี้ วันพุธเป็นธงชัย  วันอังคารเป็นอธิบดี  วันอังคารเป็นอุบาทว์  วันพฤหัสบดีเป็นโลกาวินาศ
                ปีนี้ วันอาทิตย์เป็นอธิบดีฝน  บันดาลให้ฝนตก ๔๐๐ ห่า ตกในโลกมนุษย์ ๔๐ ห่า  ตกในมหาสมุทร ๘๐ ห่า ตกในป่าหินพานต์ ๑๒๐  ห่า ตกในเขาจักรวาล ๑๖๐ ห่า นาคให้น้ำ ๔ ตัว
                เกณฑ์ธัญญาหาร ได้เศษ ๒ ชื่อวิบัติ   ข้าวกล้าในภูมินา  จะได้ผลกึ่ง  เสียกึ่ง
    เกณฑ์ธาราธิคุณ  ตกราศีวาโย (ลม) น้ำน้อย
                จากประกาศสงกรานต์ข้างต้น   และดูตามคำพยากรณ์โบราณ  จะเห็นได้ว่าวันมหาสงกรานต์ปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์   ท่านว่าพืชพันธุ์ธัญญาหารไม่สู้งอกงามนัก  ส่วนวันจันทร์เป็นวันเนา มักจะเกิดความไข้ต่างๆ เกลือจะแพง นางพญาจะร้อนใจ  วันอังคารเป็นวันเถลิงศก  ข้าราชการทุกหมู่เหล่าจะมีความสุข  มีชัยชนะแก่ศัตรูหมู่พาล ส่วนทางล้านนาว่า ถ้าวันสังกรานต์ล่อง (หรือวันมหาสงกรานต์) ตรงกับวันอาทิตย์แล้ว  ปีนั้นข้าว หมากเกลือจักแพง  คนจักเป็นพยาธิ ข้าศึกจะมีแก่บ้านเมือง หนอนแมลงจักกินพืชไร่  แถมนางสงกรานต์ท่านเสด็จมา“ท่านั่ง”  ซึ่งอิริยาบถนี้  เขาก็ว่าจะนำมาซึ่งความเจ็บไข้  ผู้คนล้มตายและจะเกิดเหตุเภทภัยต่างๆ  อ่านโดยรวมแล้ว ดูท่าว่าจากวันปีใหม่สากลจนถึงปีใหม่แบบไทยคือวันสงกรานต์ปีนี้   มีแต่เรื่องชวนหดหู่ไม่น้อย ส่วนดีมีนิดเดียว และแม้จะไม่ดูคำทำนาย  แต่จากสภาพเศรษฐกิจ ตลอดจนดินฟ้าอากาศที่ผ่านมาก็บ่งบอกอนาคตได้อยู่แล้ว  ยิ่งมีความเชื่อสมัยก่อนมาตอกย้ำเช่นข้างต้น  หลายคนคงแทบหมดหวัง  หรือเกิดอาการท้อแท้ยิ่งขึ้น
    อย่างไรก็ตาม  หากย้อนไปดูนางทุงสะเทวี   นางสงกรานต์ปีหนูนี้   ถ้าอ่านให้ดีจะพบว่า  พระนางนั้นนอกจากจะดูไม่ดุแล้ว  ยังทรงครุฑ ซึ่งเป็นพาหนะของพระนารายณ์หรือพระวิษณุ  ผู้เป็นหนึ่งในสามมหาเทพของพราหมณ์  และในพระหัตถ์ยังทรงจักรและสังข์  ที่เป็นอาวุธของพระนารายณ์อีกเช่นกัน  ดังนั้น หากจะมองในด้านบวก นางทุงสะเทวีก็เป็นเสมือน “นอมินี” ของพระนารายณ์ที่ทรงมีหน้าที่ปกป้องคุ้มครองโลก   และปราบปรามเหล่ายักษ์อสูรที่คอยมาสร้างความเดือดร้อนแก่มนุษย์   ส่วนภักษาหารที่เป็นผลมะเดื่อนี้  ทางฮินดูถือเป็นไม้มงคล  และตามหลักวิทยาศาสตร์ก็เป็นผลไม้ที่มีแคลเซียมสูง  สัตว์ต่างๆจึงชอบกินผลมะเดื่อ  อีกทั้งเปลือก  รากและผลของมะเดื่อ  ก็มีสรรพคุณทางยา โดยสามารถแก้ท้องร่วง  ชะล้างบาดแผล   สมานแผล   ถอนพิษไข้  และเป็นยาระบายอีกด้วย  ดังนั้น หากเรามีความเชื่อมั่นว่า “เมืองไทยไม่สิ้นคนดี” พร้อมยึดพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต   คือ รู้จัก “พอ” ในการกิน การอยู่ และใช้ชีวิตแล้ว  ก็เชื่อว่า  เหล่ามารทั้งหลายไม่ว่าจะมาจากระบบทุนนิยม  บริโภคนิยม  ฯลฯ ก็มิอาจมาทำร้ายเราได้
     

    บรรพชาสามเณร และบวชสีลจาริณี ภาคฤดูร้อน

         ใกล้เข้ามาทุกทีครับ หลังจากเสร็จงานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราชแล้ว งานต่อไปก็คือ งานเณร ( ที่วัดเรียกสั้น ๆ แค่นี้ครับ ) ปี ๒๕๕๑ นี้ จัด วันที่ ๓๐ มีนาคม ถึงวันที่ ๕ เมษายน มีเด็กชาย เด็กหญิง จากโรงเรียนวัดใหญ่ชัยมงคล ประมาณ ๒๐๐ คน เข้าร่วมโครงการ ก็คงจะได้เหนื่อยกันอีกรอบครับ แต่ไม่เป็นไร เหนื่อยกาย ใจไม่เหนื่อย
         ใครต้องการร่วมบุญ ติดต่อโดยตรงที่สำนักงานจัดการผลประโยชน์วัดใหญ่ชัยมงคล โทร ๐ ๓๕๒๔ ๒๖๔๐ หรือ e-mail: watyai@windowslive.com นะครับ 
         นำภาพปีก่อน ๆ มาให้ดูกันครับ
    ชิดธรรมชาติ
    บวชเณร48(1)บวชเณร48(2)เพลเรียบร้อยสมาธิสวดมนต์

    งานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช


        

     

    ดูกำหนดการ

        

      

    ตั้งโต๊ะเครื่องบวงสรวงหน้าพระเจดีย์ชัยมงคลพระเจดีย์นี้พระนเรศวรทรงให้สร้าง

    เมื่อคราวทรงชนะยุทธหัตถีพระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา

    เวียนเทียนประทักษิณรอบพระเจดีย์ชัยมงคลร้อนก็ไม่ถอยเพราะศรัทธา

    ขอเชิญร่วมงานบวงสรวงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

    DSC00584
     
    ขอเชิญทุกท่านร่วมงานบวงสรวง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ณ วัดใหญ่ชัยมงคล พระนครศรีอยุธยา
    พิธีจะจัดทุกปี ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ ปี ๒๕๕๑ นี้ ตรงกับวันศุกร์ที่ ๒๑ มีนาคม มีกำหนดการดังนี้
         ๐๙.๑๙ น. ทำพิธีบวงสรวง
         ๑๐.๑๙ น. ถวายผ้าป่าสามัคคี อุทิศเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
         ๑๑.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเพลพระภิกษุ สามเณร และแม่ชี
         ๑๒.๐๐ น. เชิญผู้ร่วมพิธี และศิษยานุศิษย์ วัดใหญ่ชัยมงคล ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน
    พระครูพิสุทธิ์บุญสาร ( เจ้าอาวาสวัดใหญ่ชัยมงคล ) ประธานพิธี
    แม่ชีสมจิต  ควรเลี้ยง ( หัวหน้าแม่ชีวัดใหญ่ชัยมงคล ) ประสานงาน

    เวียนเทียน ที่วัดใหญ่ชัยมงคล

    DSC00562 DSC00563 

    DSC00564 DSC00565

    DSC00566 DSC00567

    DSC00568

     

         วันมาฆบูชา เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่พุทธศาสนิกชนต่างพากันสร้างบุญสร้างกุศล ตามวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ที่วัดใหญ่ฯ ก็เช่นกัน มีประชาชนหลั่งไหลมาตั้งที่แต่เช้า จนค่ำ ครับ กิจกรรมบุญที่วัดใหญ่ฯ มีดังนี้

         เช้า ๘.๐๐ น ทำบุญ ตักบาตร ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ

               ๙.๐๐ น สวดมนต์ ทำวัตรเช้า ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ

             ๑๖.๐๐ น เปิดสวดพระอภิธรรมศพ หลวงปู่เปลื้อง วิสฏฺโฐ (พระครูภาวนารังสี) อดีตเจ้าอาวาส

             ๑๙.๐๐ น สวดมนต์ ทำวัตรเย็น เวียนเทียน ฟังเทศน์ ที่ศาลาการเปรียญ

             ๒๒.๐๐ น เจริญภาวนา ที่ศาลากรรมฐาน

             ๒๓.๐๐ น ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ (ธรรมจักรฯ) ที่ศาลาการเปรียญ จนถึงเวลา ๒๔.๐๐ น

         ท่านสาธุชนที่มีความสนใจ ขอเชิญร่วมกันมาปฏิบัติธรรมได้ ครับ สำหรับงานใหญ่ ๆ ต่อไป ก็ วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๔ จะมีพิธีบวงสรวงพระเจดีย์ชัยมงคล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระนเรศวรมหาราช ผู้ที่ทรงให้สร้างพระเจดีย์ชัยมงคลขึ้นเมื่อคราวทรงกระทำยุทธหัตถีชนะ พระมหาอุปราช ของพม่าครับ

    อวยพรปีใหม่ ไทย-จีน

                            อวยพรปีใหม่-ตรุษจีน  ๒๕๕๑

           ขอตั้งจิต อธิษฐาน ผ่านเว็บไซต์....จารึกไว้ ให้งดงาม ตามวิถี

        เพื่ออวยพร ปีใหม่ ใส่ความดี.....ฝากไว้ที่ วินโดว์ไลฟ์ ในคำกลอน   

        อันปีเก่า ผ่านไป ใครถูกผิด......อย่าได้คิด กังวน จนทอดถอน

        ให้นึกถึงสัจธรรมตามขั้นตอน..แล้วค่อยผ่อนคลายทุกข์เป็นสุขแทน

         ปีใหม่นี้ ขอให้มี แต่ความสุข...นิราศภัย ไร้ทุกข์ เป็นสุขแสน

         จงพออยู่พอกินทุกดินแดน....โดยยึดแก่นปรัชญาว่าพอเพียง.
          
        

                                    พระมหาน้อม  นมการี  ประพันธ์

    แอบถ่าย

    แอบถ่ายรูปงานหลวงปู่เปลื้อง ภาคกลางคืนมาให้ดูครับ
    DSC00495DSC00496
    ที่ต้องแอบก็เพราะว่าคุมเครื่องเสียงอยู่ข้างนอกครับ
     
    แถมรูปพระป้อม ( พระบุญช่วย สุวโจ ) รูปนี้ช่วยงานดีครับ
    DSC00497

    งานประจำปี งานที่ ๑

                  พระครูภาวนารังสี
     
    ถ้านับตามแบบฝรั่ง เอา ๑ มกราคม เป็นตันปี วัดใหญ่ฯ ก็มีงานประจำปีงานแรก คือ งานวันครบรอบวันมรณภาพของ หลวงปู่เปลื้อง วิสฏฺโฐ( พระครูภาวนารังสี) ผู้ที่มีพระคุณอย่างสูง เพราะท่านเป็นผู้ที่พัฒนาวัดจากวัดร้าง จนได้เป็นวัดที่มีพระสงฆ์ อย่างถูกกฎหมาย และท่านยังเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดใหญ่อีกด้วยครับ
    ช่วงนี้พระที่วัดก็จะช่วยกันเตรียมการจัดงานทักษิณานุปาทาน ถวายหลวงปู่กันอย่างเต็มที่และเต็มกำลังครับ งานจะมีตั้งแต่คืนวันที่ ๒๐ มกราคม ของทุก ๆ ปี โดยพระภิกษุจะสวดพระพุทธมนต์ เวลาประมาณ ๑ ทุ่ม หลังจากนั้น แม่ชีก็จะพากันสวดพระมาลัย หาฟังยากนะครับ พระมาลัย เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีใครสวดได้แล้ว
    วันที่ ๒๑ จะมีการอาราธนา พระเถระทรงสมณศักดิ์ สวดพระพุทธมนต์ แล้วจึงถวายภัตตาหารเพล พระสงฆ์ ๗๐ รูป จากนั้น พระเถระทรงสมณศักดิ์ สวดทักษิณานุปาทาน เป็นอันเสร็จงานครับ
     
    ใครจะมาร่วมงาน ร่วมบุญกันก็เชิญนะครับ
    DSC00489  DSC00490
    สรีระของหลวงปู่เปลื้องยังอยู่ครับ นอกจากงานประจำปีแล้ว เรายังมีการสวดพระอภิธรรม
    ทุก ๆ วันพระ เวลา ๔ โมงเย็น
    DSC00486DSC00487DSC00488
    พระสงฆ์ช่วยกันจัดสถานที่ครับ
     
    DSC00491DSC00492
    สองภาพนี้ถ่ายไม่ชัด เลยแต่งสีใหม่ คล้าย ๆ ภาพ LOMO ไหมครับ
    ต้องให้ ladyring มาวิจารณ์ ซะหน่อย
     
    สาธุ บุญรักษาครับ

    มารับพรปีใหม่กันครับ

    Photobucket

    ขอบคุณภาพจากDailyNewsครับ

        

    ขอให้ทุกคน

    อยู่เย็น เป็นสุข ไร้ทุกข์ ปลอดภัย มีเงินใช้ ไร้โรคา ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน อย่าเจ็บ อย่าจน จงเจริญด้วยพร ๔ ประการ คือ อายุ วรรณะ สุขะ และ พละ ตลอดจน ปฏิภาณ ธนสาร ธรรมสารสมบัติ คิดสิ่งใดที่ชอบประกอบด้วยธรรมแล้วไซร้ ขอสิ่งนั้นจงพลันสำเร็จ และขอให้ถึงความ พ้นทุกข์คือพระนิพพานโดยเร็วครับ ที่สำคัญ...

    บุญรักษาครับ

    เสร็จไปอีกงาน

    เรียบร้อยไปอีกงานครับ งานกฐินปีนี้ก็ผ่านไปอย่างราบรื่น
    ต้องขออนุโมทนาบุญกับทุก ๆ ท่านนะครับ
    ทั้งพระ แม่ชี คนงาน ที่ช่วยกันอย่างเต็มที่
    ทั้งญาติโยมที่มาทำบุญ โดยเฉพาะเจ้าภาพใหญ่
    คุณวรวิทย์ วีรบวรพงษ์ ( ถ้าสะกดผิด ก็ขออภัยนะครับ)
    พร้อมด้วยครอบครัว และ บมจ.สยามแก๊สฯ ด้วยครับ
    บุญรักษานะครับ สาธุ สาธุ........................ยิ้ม

    ออกพรรษาตักบาตรเทโว

    วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๐ ออกพรรษาแล้วนะครับ
    ทางวัดจัดให้ตักบาตรเทโวกัน เวลา ๐๗.๐๐ น. นะครับ

    DSC07919

    ทางพระภิกษุต่างร่วมมือร่วมใจกันเตรียมงานอย่างเต็มที่

    แล้วญาติโยมละครับ เตรียมตัวกันหรือยัง?...ยิ้ม

    DSC00259   DSC00260                                          

    กิจวัตรประจำวัน (วันพระ)

         กิจวัตรและกำหนดการปฏิบัติธรรม ของวัดใหญ่ชัยมงคล (วันพระ)
    ๐๖.๐๐     บิณฑบาต
    ๐๗.๐๐    ฉันเช้า
    ๐๘.๐๐    ทำวัตรสวดมนต์เช้า (ในพรรษามีการทำบุญทุกวันพระด้วย)
                 ฟังเทศน์
    ๑๑.๐๐    ฉันเพล
    ๑๖.๐๐    พิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศแด่ พระครูภาวนารังสี อดีตเจ้าอาวาส
    ๑๙.๓๐   ทำวัตรสวดมนต์เย็น ฟังเทศน์ ฟังบรรยายธรรม ถึง ๒๑.๐๐ น.
    ๒๒.๐๐   ปฏิบัติพระกรรมฐาน
    ๒๓.๐๐   เจริญพระพุทธมนต์ธรรมจักร ( ปฐมเทศนา )
    ๒๔.๐๐   พักผ่อน
    ขอเชิญสาธุชนทุกท่านมาร่วมปฏิบัติธรรมกันนะครับ

    กิจวัตรประจำวัน (วันธรรมดา)

    กิจวัตรและกำหนดการปฏิบัติธรรม ของวัดใหญ่ชัยมงคล
     
    ๐๖.๐๐     ออกบิณฑบาต
    ๐๗.๐๐    ฉันเช้า
    ๐๗.๓๐    ทำวัตรสวดมนต์เช้า
    ๑๑.๐๐     ฉันเพล
    ๑๕.๐๐     ปฏิบัติพระกรรมฐาน
    ๑๙.๓๐    ทำวัตรสวดมนต์เย็น ฟังเทศน์ ฟังบรรยายธรรม
    ๒๐.๓๐    พักผ่อน 
    ขอเชิญสาธุชนทุกท่านมาร่วมปฏิบัติธรรมกันนะครับ